บลจ.กสิกรไทย เผยตลาดหุ้นโลกเริ่มฟื้นตัวหลังสหรัฐฯ อิสราเอล และอิหร่าน บรรลุข้อตกลงหยุดยิงชั่วคราว ช่องแคบฮอร์มุซมีแนวโน้มเปิดใช้งานในอีก 2 สัปดาห์ ดันราคาน้ำมันเบรนท์ต่ำกว่า 100 ดอลลาร์/บาร์เรล ตลาด Emerging Markets และหุ้นเอเชียได้รับประโยชน์โดยตรง พร้อมชูกองทุนกลุ่ม K-WealthPLUS Series ที่ปรับพอร์ตรับการฟื้นตัวของตลาดหุ้นโลก เพิ่มน้ำหนักหุ้นเทคโนโลยีเอเชีย และปัจจุบันลงทุนในตลาดหุ้นเอเชียราว 25% ของพอร์ตหุ้นทั้งหมด แนะนำลงทุนต่อเนื่องเพื่อรับโอกาสการเติบโตระยะยาว
นายวจนะ วงศ์ศุภสวัสดิ์ CFA, กรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน กสิกรไทย จำกัด (บลจ.กสิกรไทย) เปิดเผยว่า ตลาดหุ้นโลกกลับมาฟื้นตัวอย่างมีนัยสำคัญ ภายหลังสถานการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลางเริ่มคลี่คลาย จากการที่สหรัฐฯ อิสราเอล และอิหร่าน ตกลงหยุดยิงชั่วคราว ซึ่งสะท้อนพัฒนาการเชิงบวกของการเจรจาทางการทูตที่ยังดำเนินอยู่ ควบคู่กับแนวโน้มการกลับมาเปิดใช้งานช่องแคบฮอร์มุซ ส่งผลให้ความกังวลด้านอุปทานพลังงานของตลาดโลกผ่อนคลายลง ทั้งนี้ พัฒนาการดังกล่าวหนุนบรรยากาศการลงทุนในตลาดการเงินโลก โดยราคาน้ำมันดิบเบรนท์ปรับลดลงจากระดับสูงสุดก่อนหน้า เคลื่อนไหวต่ำกว่า 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ขณะที่ตลาดหุ้นโลกและตลาดหุ้นเอเชียปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างแข็งแกร่ง สะท้อนการลดลงของความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์ ด้านอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ อายุ 10 ปี ปรับลดลงเล็กน้อยมาอยู่ที่ราว 4.2% ตามทิศทางความต้องการสินทรัพย์ปลอดภัยที่ลดลงในภาวะที่บรรยากาศการลงทุนผ่อนคลายมากขึ้น
นายวจนะกล่าวต่อไปว่า การกลับมาเปิดใช้งานช่องแคบฮอร์มุซในอีก 2 สัปดาห์ข้างหน้า ถือเป็นปัจจัยสำคัญที่สะท้อนโอกาสที่ระบบขนส่งน้ำมันโลกจะเริ่มกลับสู่ภาวะปกติ ซึ่งจะช่วยลดแรงกดดันด้านต้นทุนพลังงานและเงินเฟ้อในหลายประเทศ นอกจากนี้ เมื่อความกังวลต่อสถานการณ์ความขัดแย้งผ่อนคลายลง ตลาดหุ้นในกลุ่มประเทศกำลังพัฒนา (Emerging Markets) มีแนวโน้มให้ผลตอบแทนดีกว่าตลาดหุ้นประเทศพัฒนาแล้ว เนื่องจากได้รับประโยชน์โดยตรงจากราคาน้ำมันที่ปรับลดลง ขณะที่แนวโน้มการเติบโตของกำไรบริษัทจดทะเบียนในภูมิภาคเอเชีย (ไม่รวมญี่ปุ่น) ยังคงแข็งแกร่ง โดยนักวิเคราะห์คาดการณ์กำไรต่อหุ้นในปี 2569 จะเติบโตประมาณ 34% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า (ข้อมูล ณ วันที่ 31 มีนาคม 2569)
สำหรับตลาดหุ้นไทย ราคาน้ำมันที่ปรับลดลงช่วยลดต้นทุนภาคธุรกิจและภาระค่าครองชีพของผู้บริโภค เอื้อต่อการฟื้นตัวของกิจกรรมทางเศรษฐกิจในประเทศ และเพิ่มโอกาสในการเห็นเงินทุนต่างชาติไหลกลับเข้าสู่ตลาดหุ้นไทย โดยกลุ่มที่มีแนวโน้มได้รับประโยชน์ ได้แก่ ธุรกิจท่องเที่ยว สายการบิน ขนส่ง และหุ้นที่เกี่ยวข้องกับการบริโภคและเศรษฐกิจภายในประเทศ
นายวจนะกล่าวเพิ่มเติมว่า ภายใต้บริบทดังกล่าว กองทุนในกลุ่ม K-WealthPLUS Series ได้มีการปรับพอร์ตเพื่อเตรียมพร้อมรับโอกาสจากการที่ตลาดโลกฟื้นตัว โดยเพิ่มสัดส่วนการลงทุนในหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีเอเชียตั้งแต่เริ่มเกิดความตึงเครียดในภูมิภาคตะวันออกกลาง และปัจจุบันได้จัดสรรการลงทุนในตลาดหุ้นเอเชียในสัดส่วนประมาณ 25% ของพอร์ต ซึ่งจะได้รับผลประโยชน์จากการฟื้นตัวของตลาดในครั้งนี้ (ที่มา: บลจ.กสิกรไทย ณ วันที่ 30 มี.ค. 69)
ทั้งนี้ บลจ.กสิกรไทย ยังคงแนะนำให้ผู้ลงทุนทยอยลงทุนผ่านกองทุน K-WPBALANCED, K-WPSPEEDUP และ K-WPULTIMATE เป็นพอร์ตหลัก (Core Portfolio) โดยกองทุนมีความโดดเด่นในเรื่องความมีเสถียรภาพของพอร์ตการลงทุนที่ช่วยลดความผันผวนและไม่แกว่งตัวตามสภาวะตลาดโลกในลักษณะที่รุนแรง พร้อมเน้นย้ำผู้ลงทุนควรให้ความสำคัญต่อการลงทุนอย่างต่อเนื่อง (Stay Invested) เนื่องจากการคาดการณ์จังหวะตลาดในระยะสั้นทำได้ยาก โดยเฉพาะในช่วงที่ตลาดมีความผันผวน เพื่อสร้างโอกาสในการเติบโตของเงินลงทุนอย่างมั่นคงและยั่งยืนในระยะยาว
ผู้ลงทุนโปรดทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน
นายวิน พรหมแพทย์, CFA, ประธานกรรมการบริหาร บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน กสิกรไทย จำกัด (บลจ.กสิกรไทย) พร้อมคณะผู้บริหารของ บลจ.กสิกรไทย ให้การต้อนรับนายแพทริก เฮมเมอร์ (H.E. Mr. Patrick Hemmer) เอกอัครราชทูตลักเซมเบิร์กประจำประเทศไทย และนายทอม เธโอบาลด์ (Mr. Tom Théobald) ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ Luxembourg for Finance (LFF) ซึ่งเป็นหน่วยงานภาครัฐที่ดูแลการพัฒนาศูนย์กลางการเงินของลักเซมเบิร์ก เนื่องในโอกาสเยี่ยมชมธุรกิจจัดการกองทุน เพื่อแลกเปลี่ยนมุมมองต่อการพัฒนาตลาดเงินตลาดทุน รวมถึงทิศทางการขับเคลื่อนการลงทุนโดยเฉพาะเรื่องของการพัฒนาเทคโนโลยีทางการเงินของทั้ง บลจ.กสิกรไทย และ LFFนายวิน พรหมแพทย์, CFA, ประธานกรรมการบริหาร บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน กสิกรไทย จำกัด (บลจ.กสิกรไทย) พร้อมคณะผู้บริหารของ บลจ.กสิกรไทย ให้การต้อนรับนายแพทริก เฮมเมอร์ (H.E. Mr. Patrick Hemmer) เอกอัครราชทูตลักเซมเบิร์กประจำประเทศไทย และนายทอม เธโอบาลด์ (Mr. Tom Théobald) ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ Luxembourg for Finance (LFF) ซึ่งเป็นหน่วยงานภาครัฐที่ดูแลการพัฒนาศูนย์กลางการเงินของลักเซมเบิร์ก เนื่องในโอกาสเยี่ยมชมธุรกิจจัดการกองทุน เพื่อแลกเปลี่ยนมุมมองต่อการพัฒนาตลาดเงินตลาดทุน รวมถึงทิศทางการขับเคลื่อนการลงทุนโดยเฉพาะเรื่องของการพัฒนาเทคโนโลยีทางการเงินของทั้ง บลจ.กสิกรไทย และ LFF